กีฬาดำน้ำ ทักษะดี ๆ ที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ได้

กีฬาดำน้ำเป็นทักษะอีกหนึ่งอย่างที่ควรเรียนรู้ เพื่อให้สามารถเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับน้ำ นอกจากนี้ยังเป็นกีฬาที่มีความสนุก ท้าทายและน่าตื่นเต้นอีกด้วย เพราะนักกีฬาดำน้ำจะสามารถเข้าไปสัมผัสกับสภาพแวดล้อมใต้ผิวน้ำ เหมือนได้อยู่ในอีกมุมหนึ่งของโลก ที่ไม่มีความวุ่นวายจากผู้คนมากนัก จะได้ใกล้ชิดกับสัตว์น้ำ ยิ่งถ้าหากเป็นบริเวณน้ำลึกจะมีทั้งพืชและสัตว์น้ำที่มีความสวยงามจากธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา กีฬาดำน้ำยังต้องอาศัยจิตสำนึกที่ดีในการช่วยรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมใต้น้ำ โดยเฉพาะใต้ทะเลไม่ควรทำลายแต่ช่วยอนุรักษ์ให้คงอยู่ได้อย่างสวยงามต่อไป ในปัจจุบันนี้กีฬาดำน้ำได้รับความนิยมมากขึ้น จนได้มีการจัดให้เป็นกีฬาทางน้ำประเภทหนึ่ง

3 ประเภทของกีฬาดำน้ำ เหมือน หรือ แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

  1. การดำน้ำแบบ Snorkeling ซึ่งเป็นการดำน้ำตื้นโดยดำบริเวณผิวน้ำความลึกประมาณ 1 เมตร จึงเหมาะสำหรับนักดำน้ำมือใหม่ที่กำลังฝึกกีฬาดำน้ำ แต่ก็จำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากดำน้ำ เสื้อชูชีพและท่อหายใจ การดำน้ำแบบ Snorkeling มักไม่เน้นเรื่องการแข่งขัน แต่พร้อมให้ผู้สนใจในการดำน้ำได้มีโอกาสเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในโลกใต้ผิวน้ำ
  2. การดำน้ำแบบ Scuba Diving เป็นการดำน้ำที่อาศัยอุปกรณ์ช่วยเหลือ คือ เสื้อชูชีพ หน้ากากดำน้ำที่มีเครื่องช่วยหายใจและตีนกบ คล้ายกับอุปกรณ์ในการเริ่มฝึกดำน้ำแบบ Snorkeling ทำให้สามารถดำน้ำได้อย่างไม่รู้สึกอึดอัด แต่มีความแตกต่างตรงระยะทางความลึกของการดำน้ำจะสามารถลงดำได้ลึกกว่าในความลึกถึง 30 เมตร ถือว่าเพิ่มระดับของความชำนาญและสะสมประสบการณ์มากขึ้น
  3. การดำน้ำแบบ Free diving เป็นการดำน้ำที่ต้องอาศัยความแข็งแรงของปอดและความแกร่งของสภาพร่างกายมากที่สุด เพราะไม่ต้องใช้อุปกรณ์หลายชิ้นเหมือน Snorkeling และ Scuba Diving ในส่วนของนักดำน้ำจะอาศัยอากาศที่สะสมอยู่ในปอด จึงต้องการการฝึกฝนบ่อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มความลึก เพื่อให้สามารถอยู่ใต้น้ำได้นาน เป็นการฝึกสมาธิที่ดีอย่างหนึ่ง

เคล็ดลับการดำน้ำแบบที่นักกีฬามืออาชีพแนะนำให้ฝึกฝนจนได้ผลดี

  • การฝึกหายใจอย่างถูกวิธีตั้งแต่ก่อนเริ่มฝึกดำน้ำ เพื่อให้ออกซิเจนได้เข้าไปเต็มปอด โดยเฉพาะการฝึกแบบ Free diving เพื่อให้เกิดความเคยชินเมื่ออยู่ใต้ผิวน้ำเป็นเวลานาน ปอดจะมีความแข็งแรงมากขึ้น
  • ควรฝึกทั้งการวอร์มอัพร่างกายและการยืดคลายกล้ามเนื้อเหมือนการเล่นกีฬาชนิดอื่น ๆ แต่เน้นกล้ามเนื้อช่วงปอดเป็นกรณีพิเศษ เพื่อช่วยให้ปอดสามารถขยายตัวได้มากขึ้น
  • ฝึกการทำสมาธิเพื่อให้จิตใจผ่อนคลายจากความตึงเครียดที่มีอยู่ เนื่องจากอารมณ์ของความเครียดเป็นการสูญเสียออกซิเจนในลมหายใจได้มาก จนทำให้ประสิทธิภาพการฝึกดำน้ำไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น